บริษัท facebook เปลี่ยนชื่อเป็น meta (metaverse)

🟠 สรุปสั้นๆ Metaverse: อนาคตของ Facebook ภายใต้ชื่อใหม่ “Meta” 🟠

หลังจากนั่งดูคลิปนี้จนจบ https://www.facebook.com/zuck/videos/1898414763675286/ ก็ขอสรุปประเด็นต่างๆ ของ Metaverse อย่างคร่าวๆ ในมุมที่คน IT ควรต้องรู้ก่อนที่ทีมงานจะหาเวลาเขียนเวอร์ชันยาวกว่านี้อีกทีนะครับ

👉1. Metaverse ในนิยามของ Facebook ก็คือโลกเสมือนที่จะกลายเป็น Interface ใหม่ในการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนในโลกดิจิทัล จากเดิมที่เราเคยใช้แค่ข้อความ, ภาพ, เสียง, คลิปในการสื่อสารระหว่างกัน รวมถึงจะเป็น Interface ใหม่ในการทำสิ่งอื่นๆ อย่างเช่นการเข้าถึงข้อมูล, การใช้ Internet, การเล่นเกม, การดูภาพยนตร์, การเรียน, การทำงาน ไปจนถึงการใช้งาน Application ต่างๆ ด้วย

👉2. ช่องทางในการเข้าใช้งาน Metaverse เท่าที่เผยออกมาในปัจจุบันนี้จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่

  • การใช้งานแบบเต็มตัว (Fully Immerse) ด้วยการใส่แว่น VR (Virtual Reality) จะได้รับประสบการณ์แบบเต็มที่
  • การใช้งานแบบผสมผสาน ด้วยการใส่แว่นแล้วใช้งานแบบ AR (Augmented Reality) จะได้รับประสบการณ์ระดับกลาง
  • การใช้งานผ่านอุปกรณ์อื่นๆ เช่นคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือ จะได้รับประสบการณ์น้อยที่สุด

👉3. การมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆ ในโลก Metaverse ในโหมดที่ใช้แว่น VR หรือ AR จะมีหลายอย่างที่เพิ่มขึ้นมา เช่น

  • การจับสีหน้าท่าทางของผู้ใช้งาน เพื่อนำไปแสดงผลให้กับ Avatar ของเราในโลก Metaverse
  • การใช้มือหยิบจับสัมผัสกับเมนูหรือ 3D Object ในโลก Metaverse
  • การใช้เสียงพูดคุยสื่อสาร ให้ AI จับไปแปลงเป็นคำเพื่อนำไปใช้เป็น Input ในระบบ หรือตอบสนองต่อกับสิ่งต่างๆ ในโลก Metaverse
  • การใช้สายตามองโฟกัสสิ่งต่างๆ ทั้งในโลก Metaverse และโลกจริง เพื่อออกคำสั่งควบคุมหรือมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งนั้นๆ ได้
  • การพิมพ์ในอากาศ หรือการสัมผัสกับหน้าจอเสมือนในอากาศ
  • มีคอมพิวเตอร์เสมือนสำหรับเข้าใช้งาน Application หรือเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้

👉4. ตัวตนของผู้ใช้งานจะถูกแสดงใน Metaverse ด้วยสิ่งที่เรียกว่า Avatar ซึ่งก็จะมีทั้งโหมดสมจริง, โหมดการ์ตูน หรือแสดงในรูปลักษณ์อื่นๆ แต่เทคโนโลยีหลักๆ ที่จะมาเกี่ยวข้องก็คือการติดตามสีหน้าท่าทางของผู้ใช้ในโลกจริง และนำไปสร้างเป็น 3D Model ใหม่ในโลก Metaverse

👉5. สำหรับพื้นที่ส่วนแรกๆ ใน Metaverse ของ Facebook ที่จะเปิดให้ใช้ได้นี้จะเรียกว่า Horizon โดยแบ่งออกเป็น Horizon Home สำหรับใช้สร้างเป็นบ้านของแต่ละคนที่ชวนคนอื่นเข้ามาได้, Horizon Worlds เป็นพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับคนอื่นๆ และ Horizon Workroom สำหรับเป็นที่ทำงาน

👉6. สิ่งที่ Facebook ให้ความสำคัญมากๆ ก็คือ Creator ทั้งในส่วนของการสร้างสรรค์งาน 3D แบบภาพนิ่ง, อนิเมชั่น และโปรแกรม เพื่อให้ Object และพื้นที่ต่างๆ ในโลก Metaverse ถูกสร้างขึ้นมาหลากหลายและใช้งานได้, มีปฏิสัมพันธ์ด้วยได้, สามารถใช้เป็นปัจจัยพื้นฐานอย่างเช่นเสื้อผ้า ของประดับตกแต่งบ้าน หรือกลายเป็นสินค้าสำหรับขายได้ทั้งในรูปแบบ Physical และ Digital ซึ่งตรงนี้ Facebook ก็จะทำ API และเครื่องมือต่างๆ ขึ้นมาสนับสนุน Creator กลุ่มนี้ รวมถึงจะมี Course ให้เรียนเพื่อสร้างบุคลากรที่มีทักษะเหล่านี้เพิ่มขึ้นมา แน่นอนว่า Cryptocurrency และ NFT ก็จะเข้ามามีบทบาทด้วย

👉7. การที่ Facebook จะทำ Metaverse ให้เป็นจริงได้นั้นยังต้องมีการคิดค้นพัฒนาและวิจัยอีกหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีในการแสดงผล, การติดตามสีหน้าท่าทาง, การสร้าง Human Computer Interface รูปแบบใหม่ๆ ที่เหมาะสม, การประมวลผลในแบบ Real-Time, AI รูปแบบใหม่ๆ, Hardware ที่เหมาะสม และอื่นๆ อีกมากมาย

👉8. ประเด็นด้าน Security, Privacy และอื่นๆ เองก็สำคัญ ตรงส่วนนี้ Facebook จะนำบทเรียนที่ได้รับที่ผ่านมาไปร่วมออกแบบให้ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ นี้ให้คำนึงถึงสองประเด็นนี้ตั้งแต่แรก

👉9. Facebook เห็นว่าภาพทั้งหมดนี้คงต้องใช้เวลาอีกระยะใหญ่ในการทำให้เป็นจริงขึ้นมาได้ เพราะยังมีอีกหลายส่วนที่ยังคงต้องพัฒนาต่ออีกมาก แต่ก็เชื่อว่าทั้งหมดนี้จะเป็นจริงขึ้นมาได้

👉10. Facebook มองว่า Metaverse จะเป็นก้าวถัดไปของการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คนต่อจากยุคของ Social Network และเพื่อให้ทุกคนเชื่อมั่นว่า Facebook จะทำวิสัยทัศน์นี้ให้เป็นจริง จึงเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Meta และมุ่งเน้นการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ให้เป็น Metaverse-first โดยที่ผลิตภัณฑ์ส่วนอื่นๆ นั้นจะยังคงใช้ชื่อเดิมต่อไป และในอนาคตผลิตภัณฑ์เดิมๆ จะถูกรวมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งที่ถูกเข้าถึงได้ผ่าน Metaverse

👉11. หากจะวิเคราะห์กันอย่างเร็วๆ การเปิดตัว Metaverse ของ Facebook ในครั้งนี้น่าจะสร้างแรงกระเพื่อมให้กับวงการเทคโนโลยีและเหล่า Creator ทั่วโลกไม่น้อย เพราะนี่คือการกำหนดทิศทางในอนาคตเลยว่า Skillset ที่จำเป็นต่อการสร้างโอกาสในโลก Metaverse คืออะไรบ้าง

ในขณะเดียวกัน Metaverse นี้ก็จะเข้ามาเปลี่ยน Business Model ของ Facebook ไปอย่างถาวร จากเดิมที่มีรายได้จากโฆษณาเป็นหลัก ในอนาคตเมื่อ Metaverse กลายเป็นช่องทางมาตรฐานในการสื่อสารกันของคนทั้งโลกแล้ว Facebook จะมีช่องทางในการสร้างรายได้อีกมากมาย ทั้งจาก Digital Asset, การทำตัวเป็น Platform สำหรับเข้าถึง Application เกม ร้านค้า หรือกิจกรรมเสมือนต่างๆ, การขายพลังประมวลผลสำหรับคอมพิวเตอร์เสมือนหรืออุปกรณ์เสมือนในโลก Metaverse, การขายอุปกรณ์ในการเข้าถึง Metaverse, การขายพื้นที่ในโลก Metaverse ไปจนถึงการขายโฆษณารูปแบบใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในโลก Metaverse อันมีพื้นที่ไม่จำกัด และผู้คนสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับโฆษณาและเนื้อหาได้ในรูปแบบที่หลากหลายขึ้น

นอกจากนี้ Metaverse เองก็จะช่วยปลดล็อคให้กับ Facebook ในแง่ของความยึดติดกับอุปกรณ์จากผู้ผลิตแต่ละรายด้วยเช่นกัน เพราะการที่ผู้ใช้งานจะทำทุกอย่างได้บน Metaverse โดยตรงตั้งแต่การเรียน, การพักผ่อน, การทำงาน และการใช้ App ต่างๆ แล้ว ความเป็น Platform ของ Metaverse นี้จะสามารถทดแทนอุปกรณ์อย่างเช่น PC, Smartphone หรือ Tablet ได้ในหลายกรณีเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ Facebook เองก็ยังไม่ได้เผยออกมาชัดเจน 100% ว่าสถาปัตยกรรมของระบบโดยรวมจะเป็นอย่างไร ต่อไปการประมวลผลจะไปอยู่ที่ตรงไหน อะไรบ้างที่จะอยู่ในอุปกรณ์ อะไรบ้างที่จะอยู่กับ Facebook และอะไรบ้างที่จะอยู่ภายนอกได้

แน่นอนว่านี่คือการเดิมพันครั้งใหญ่ของ Facebook จริงๆ และก็ยังมีคำถามอีกมากมายที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังจากนี้เกี่ยวกับเทคโนโลยี Metaverse ที่ยังไม่นิ่งนี้ เรียกได้ว่าก็น่าจะเป็นโอกาสครั้งใหญ่สำหรับผู้พัฒนาเทคโนโลยีและผู้สร้างสรรค์ Content ในยุคอนาคตเลยก็ว่าได้ครับ

แชร์